บอกลาปัญหาผมร่วงและเล็บเปราะบางด้วย อาหารเสริมวิตามิน ไบโอติน (Biotin)

ไบโอติน (Biotin) คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย?

ไบโอติน หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ วิตามินบี 7 (Vitamin B7) หรือ วิตามินเอช (Vitamin H) เป็นวิตามินที่ละลายน้ำได้ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย โดยทำหน้าที่ช่วยเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันจากอาหารให้กลายเป็นพลังงาน แต่หน้าที่ที่โดดเด่นและทำให้ไบโอตินกลายเป็น อาหารเสริมวิตามิน ยอดฮิตคือ การเป็นสารอาหารสำคัญในกระบวนการสร้าง เคราติน (Keratin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นโครงสร้างหลักของเส้นผม เล็บ และผิวหนัง

เนื่องจากไบโอตินเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ร่างกายจึงไม่สามารถกักเก็บไว้ใช้ในระยะยาวได้ ส่วนที่เกินมาจะถูกขับออกทางปัสสาวะ การได้รับไบโอตินอย่างเพียงพอในทุกๆ วัน จึงช่วยบำรุงให้ เส้นผมแข็งแรง ลดการหลุดร่วง และช่วยแก้ปัญหา เล็บเปราะหักง่าย ได้อย่างตรงจุด

ใครบ้างที่เหมาะกับการทานไบโอติน?

  • ผู้ที่มีปัญหาผมหลุดร่วง ผมบาง: ไบโอตินจะช่วยเสริมความแข็งแรงให้รากผม และกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม
  • ผู้ที่มีปัญหาเล็บเปราะ ฉีกขาดง่าย: ช่วยเพิ่มความหนาและแข็งแรงให้กับแผ่นเล็บ
  • ผู้ที่ชอบทำสีผม ดัดผม หรือทำเล็บเจลเป็นประจำ: เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผมและเล็บที่ถูกทำร้ายจากสารเคมี
  • ผู้ที่ชอบทานไข่ขาวดิบ: ในไข่ขาวดิบจะมีโปรตีนที่ชื่อว่า อะวิดิน (Avidin) ซึ่งจะไปจับกับไบโอตินในลำไส้ ทำให้ร่างกายดูดซึมไบโอตินไม่ได้ จึงเสี่ยงต่อภาวะขาดไบโอติน

วิธีทานไบโอตินให้ได้ผลดีที่สุด และควรทานเวลาไหน?

เนื่องจาก ไบโอติน เป็นวิตามินที่ละลายน้ำ จึงสามารถทาน ตอนท้องว่างหรือพร้อมมื้ออาหารก็ได้ โดยแนะนำให้ทาน พร้อมน้ำเปล่า 1 แก้วเต็ม ช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่นิยมและทานได้สม่ำเสมอคือ ช่วงเช้าหลังตื่นนอนหรือพร้อมอาหารเช้า เพื่อให้ร่างกายนำวิตามินไปใช้ในระบบเผาผลาญระหว่างวัน ปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงเส้นผมและเล็บมักจะอยู่ที่ 1,000 – 10,000 ไมโครกรัมต่อวัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับไบโอติน

  • Q: ทานไบโอตินแล้วจะทำให้สิวขึ้นจริงไหม?
    A: มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในบางรายครับ เพราะการทานไบโอตินในปริมาณที่สูงมาก อาจไปแย่งการดูดซึมของ วิตามินบี 5 (Pantothenic Acid) ซึ่งวิตามินบี 5 มีส่วนช่วยในการควบคุมความมันบนใบหน้า เมื่อวิตามินบี 5 ลดลง จึงอาจทำให้หน้ามันและเกิดสิวอุดตันได้ แนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ หรือทานคู่กับวิตามินบีรวม (B-Complex) ครับ
  • Q: ทานไบโอตินทุกวันจะเป็นอันตรายต่อตับและไตไหม?
    A: ไบโอตินมีความปลอดภัยสูงมากครับ เนื่องจากเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ หากร่างกายรับปริมาณที่มากเกินไปก็จะถูกขับออกทางปัสสาวะ ไม่สะสมในร่างกาย จึงไม่เป็นอันตรายต่อตับและไต
  • Q: ต้องทานนานแค่ไหนถึงจะเห็นว่าผมร่วงน้อยลง?
    A: วงจรการงอกของเส้นผมและเล็บต้องใช้เวลา โดยส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ว่าผมร่วงน้อยลงและเล็บแข็งแรงขึ้นเมื่อทาน อาหารเสริมวิตามิน ต่อเนื่องประมาณ 2-3 เดือนครับ

แบรนด์ที่จัดจำหน่าย ไบโอติน (Biotin)

แบรนด์ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย:

  • Blackmores
  • Mega We Care
  • Vistra
  • DHC (แบรนด์ยอดฮิตจากญี่ปุ่น)
  • 21st Century (มีตัวแทนนำเข้าและหาซื้อได้ง่าย)

แบรนด์จากต่างประเทศ (นิยมสั่งพรีออเดอร์):

  • Natrol
  • Nature’s Bounty
  • NOW Foods
  • Doctor’s Best
  • Sports Research

ช่องทางการซื้อ และแนะนำวิธีเลือกซื้อยี่ห้อไหนดี?

การหาซื้อไบโอตินนั้นง่ายมากๆ ครับ สามารถเดินเข้าไปหาซื้อได้ตามร้านขายยาชั้นนำทั่วไป ร้าน Watsons, Boots หรือถ้าสายออนไลน์ก็สามารถกดค้นหาในแอป Shopee หรือ Lazada ได้เลย แนะนำให้เลือกร้าน Official หรือร้านขายยาที่มีรีวิวเชื่อถือได้เพื่อป้องกันของปลอมครับ

ถ้าถามว่า ซื้อยี่ห้อไหนดี? ขอแนะนำแบ่งตามความต้องการแบบนี้ครับ:
สายบำรุงทั่วไป หาซื้อง่าย งบสบายกระเป๋า: แนะนำแบรนด์ไทยอย่าง Vistra หรือ Mega We Care ครับ มักจะมาในรูปแบบที่ผสม Zinc (สังกะสี) มาด้วย ซึ่งดีมากๆ เพราะช่วยเสริมฤทธิ์กันลดผมร่วงและลดสิวไปในตัว
สายผมร่วงหนัก ต้องการโดสสูงๆ: แนะนำแบรนด์ต่างประเทศอย่าง Natrol หรือ NOW Foods ครับ เพราะมักจะมีโดสสูงถึง 5,000 – 10,000 ไมโครกรัมให้เลือกทาน
สายกลืนยายาก อยากทานอร่อยๆ: แนะนำ Nature’s Bounty Hair, Skin & Nails ที่มาในรูปแบบกัมมี่เคี้ยวหนึบ รสชาติอร่อยมาก ทานเพลินและได้บำรุงผมไปพร้อมๆ กันครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

พบกับคำแนะนำดีๆ สำหรับมือใหม่ที่ไม่อยากพลาดเนื้อหาสาระ หากคุณเพิ่งเริ่มสนใจดูแลสุขภาพและกำลังหาไอเดียว่าช่วงนี้ซื้ออาหารเสริมวิตามินอะไรดี อย่าพลาดที่จะเข้าไปอ่านบทความวิจัยเชิงลึกของเรา เพื่ออัปเดตข้อมูลให้คุณรู้ทันก่อนใคร ลดความสับสนและช่วยชี้เป้าว่าอาหารเสริมวิตามินยี่ห้อไหนดี ที่ผู้ใช้งานจริงต่างก็แนะนำ