ชุด PPE (Personal Protective Equipment) อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลที่ควรรู้จัก

ชุด PPE คืออะไร? เหมาะกับใครและใช้งานอย่างไร?

ชุด PPE (ย่อมาจาก Personal Protective Equipment) คือ ชุดหรืออุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสวมใส่ปกป้องร่างกายจากความเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรค สารเคมีอันตราย สารคัดหลั่ง ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไปจนถึงความร้อนและรังสี เหมาะสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่กู้ภัย ช่างพ่นสี พ่นสารเคมี และบุคคลทั่วไปที่ต้องเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงภัย

เรามักจะต้องสวมใส่ชุดนี้เมื่อต้องปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย เช่น การรับมือกับโรคระบาดรุนแรง การทำความสะอาดพื้นที่ที่มีสารเคมีรั่วไหล หรือการทำงานในห้องทดลอง เหตุผลสำคัญที่ต้องสวมใส่ชุด PPE ก็เพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันด่านสุดท้าย ช่วยลดโอกาสที่สารอันตรายหรือเชื้อโรคจะสัมผัสกับผิวหนัง หรือเข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจ

สำหรับการใช้งานนั้น ผู้สวมใส่จะต้องสวมชุดให้มิดชิดครอบคลุมทั้งร่างกาย รูดซิปปิดให้สนิท และมักจะต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น หน้ากาก N95 แว่นตานิรภัย ถุงมือยาง และรองเท้าบูท ที่สำคัญที่สุดคือ ขั้นตอนการถอดชุด ต้องทำอย่างระมัดระวัง ม้วนจากด้านในออกด้านนอก เพื่อไม่ให้มือของเราไปสัมผัสกับเชื้อโรคที่ติดอยู่ด้านนอกของชุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับชุด PPE

  • ชุด PPE สามารถนำกลับมาซักและใช้ซ้ำได้หรือไม่?

    เรื่องนี้ต้องดูที่ประเภทของชุดครับ หากเป็นชุด PPE ทางการแพทย์สำหรับป้องกันเชื้อโรค มักจะเป็นแบบ ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ แต่ถ้าเป็นชุดในอุตสาหกรรมบางชนิดที่ทำจากผ้าทอเคลือบสารพิเศษ อาจจะสามารถ ซักทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ตามมาตรฐานเพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ต้องอ่านฉลากระบุข้างบรรจุภัณฑ์ให้ชัดเจนครับ
  • ชุด PPE ระดับทางการแพทย์ มีกี่เลเวล (Level)?

    ตามมาตรฐานสากล (เช่น AAMI PB70) ชุดป้องกันทางการแพทย์จะแบ่งเป็น 4 ระดับ โดย Level 1 จะป้องกันของเหลวได้ในระดับพื้นฐาน เหมาะกับงานทั่วไป ส่วน Level 4 จะเป็นระดับสูงสุดที่สามารถป้องกันของเหลวและไวรัสที่มากับเลือดหรือสารคัดหลั่งภายใต้แรงดันได้ เหมาะสำหรับใช้ในห้องผ่าตัดหรือเคสที่มีความเสี่ยงสูง
  • ใส่ชุด PPE แล้วร้อน อึดอัด มีวิธีแก้ไหม?

    เนื่องจากวัสดุของชุดออกแบบมาให้กันน้ำและกันสารซึมผ่าน จึงระบายอากาศได้ยาก การใส่เป็นเวลานานจะทำให้ ร่างกายสะสมความร้อน วิธีรับมือคือ ควรใส่เสื้อผ้าที่บางเบาและซับเหงื่อได้ดีไว้ด้านใน ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทหรือมีแอร์ และจำกัดเวลาการทำงานไม่ให้ใส่ติดต่อกันนานเกินไป เพื่อป้องกันภาวะลมแดด (Heat Stroke)

แบรนด์ชุด PPE ที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยและต่างประเทศ

ปัจจุบันมีผู้ผลิตชุด PPE มาตรฐานสากลหลายแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจ ทั้งในวงการแพทย์และอุตสาหกรรม ได้แก่:

  • 3M – แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา โดดเด่นด้านอุปกรณ์เซฟตี้ทุกชนิด
  • DuPont (ดูปองท์) – แบรนด์ยอดนิยมระดับสากล มีซีรีส์เด่นอย่าง Tyvek และ Tychem
  • Microgard (ไมโครการ์ด) – ภายใต้เครือ Ansell ขึ้นชื่อเรื่องการป้องกันสารเคมีและเชื้อโรค
  • Lakeland (เลคแลนด์) – แบรนด์ระดับโลกที่ผลิตชุดป้องกันความเสี่ยงหลากหลายระดับ
  • KleenGuard (คลีนการ์ด) – โดย Kimberly-Clark เน้นความปลอดภัยควบคู่กับความสบายในการสวมใส่
  • Yamada (ยามาดะ) – แบรนด์ที่หาซื้อได้ง่ายในไทย ราคาประหยัดและครอบคลุมงานหลายประเภท

ช่องทางการจัดซื้อและคำแนะนำ ซื้อยี่ห้อไหนดี?

สำหรับการหาซื้อชุด PPE ในสมัยนี้ต้องบอกว่าง่ายและสะดวกมากครับ ถ้าคุณไม่ได้ซื้อในปริมาณแบบโรงงาน สามารถกดค้นหาและสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชันช้อปปิ้งออนไลน์ได้เลย มีร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเพียบ หรือถ้าอยากเห็นของจริงและได้ปรึกษาคนขาย แนะนำให้ไปตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เซฟตี้ขนาดใหญ่ หรือร้านขายอุปกรณ์การแพทย์แถวอนุสาวรีย์หรือศิริราชได้เลยครับ

ส่วนถ้าถามว่า ซื้อยี่ห้อไหนดีล่ะ? ถ้างานของคุณต้องลุยกับความเสี่ยงสูงๆ อย่างเชื้อโรค หรือสารเคมีอันตรายแบบจริงจัง แนะนำให้ลงทุนกับ 3M หรือ DuPont รุ่น Tyvek ไปเลยครับ สองแบรนด์นี้คือลูกรักของวงการเซฟตี้ ได้มาตรฐานสากลเป๊ะๆ วัสดุเหนียวทนทานและกันซึมได้ชัวร์ แต่ถ้าคุณแค่จะเอามาใส่พ่นสี ทายาฆ่าแมลงในสวน หรือล้างทำความสะอาดบ้านทั่วไป งบไม่เยอะ Yamada ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าครับ ราคาหลักร้อย ใช้งานได้ดีและหาซื้อโคตรง่าย ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันครับ

แหล่งอ้างอิง