
ทำความรู้จัก เครื่องผลิตออกซิเจน คืออะไร? เหมาะกับใครและใช้งานอย่างไร?
เครื่องผลิตออกซิเจน คือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่สกัดกั้นและกรองก๊าซไนโตรเจนออกจากอากาศรอบตัวเรา (ซึ่งอากาศปกติมีออกซิเจนอยู่เพียง 21%) แล้วทำการบีบอัดจนได้เป็น ก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์ที่มีความเข้มข้นสูงถึง 90-96% เพื่อส่งต่อให้ผู้ป่วยผ่านทางสายสะพายจมูกหรือหน้ากาก โดยไม่ต้องพึ่งพาการเติมก๊าซเหมือนถังออกซิเจนแบบเก่า
อุปกรณ์นี้ เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด ผู้ป่วยที่เพิ่งฟื้นตัวจากการติดเชื้อในปอดรุนแรง ผู้ป่วยเจาะคอ รวมถึงผู้สูงอายุที่มีปัญหาการหายใจลำบาก
การนำมาใช้งานมักจะเกิดขึ้นเมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่าผู้ป่วยมี ภาวะพร่องออกซิเจน (Hypoxia) หรือมีค่าออกซิเจนในเลือด (SpO2) ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ทำให้มีอาการหอบเหนื่อย อ่อนเพลีย หายใจไม่ทัน ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะใช้งานที่บ้านเพื่อการพักฟื้นระยะยาว หลักการใช้งานนั้นสะดวกมาก เพียงแค่เสียบปลั๊กไฟ เติม น้ำกลั่นทางการแพทย์ ลงในกระปุกให้ความชื้นตามขีดที่กำหนด เปิดเครื่องและปรับอัตราการไหลของออกซิเจน (ลิตรต่อนาที) ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด จากนั้นจึงสวมสายออกซิเจนเข้ากับผู้ป่วย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเครื่องผลิตออกซิเจน
- เครื่องผลิตออกซิเจน ต่างจาก ถังออกซิเจน อย่างไร?
เครื่องผลิตออกซิเจน สามารถผลิตออกซิเจนได้ต่อเนื่องตราบใดที่มีไฟฟ้า ไม่ต้องคอยยกไปเติมก๊าซ ใช้งานง่ายและปลอดภัยกว่า ส่วน ถังออกซิเจน จะมีปริมาณก๊าซจำกัด เมื่อหมดต้องนำถังไปเติม แต่มีข้อดีคือสามารถใช้งานได้แม้ตอนไฟดับ หรือใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยระหว่างเดินทางได้ดีกว่า - เครื่องผลิตออกซิเจนสามารถเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงได้หรือไม่?
หากเป็นเครื่องเกรดทางการแพทย์ สามารถเปิดต่อเนื่องได้ครับ แต่เพื่อเป็นการถนอมคอมเพรสเซอร์ภายในไม่ให้ร้อนจัดหรือพังเร็วเกินไป แนะนำให้พักเครื่องวันละ 30 นาที – 1 ชั่วโมง (อาจใช้ถังออกซิเจนสำรองในช่วงที่พักเครื่อง) หรือหากผู้ป่วยต้องใช้ออกซิเจนตลอด 24 ชั่วโมงจริงๆ อาจต้องพิจารณาซื้อเครื่องไว้ 2 ตัวเพื่อเปิดสลับกันครับ - น้ำที่เติมในกระปุกให้ความชื้น ควรใช้น้ำอะไร?
ต้องใช้ น้ำกลั่นทางการแพทย์ (Sterile Water) หรือน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้เย็นสนิทเท่านั้น ห้ามใช้น้ำประปาเด็ดขาด เพราะอาจมีเชื้อโรคหรือตะกรันแร่ธาตุที่ทำให้กระปุกอุดตัน และที่สำคัญคือต้องเทน้ำทิ้ง ล้างทำความสะอาดกระปุก และเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกวันเพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรียที่อาจเข้าสู่ปอดผู้ป่วย
แบรนด์เครื่องผลิตออกซิเจนที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยและต่างประเทศ
ในปัจจุบันมีเครื่องผลิตออกซิเจนหลากหลายขนาด (ตั้งแต่ 3 ลิตร ไปจนถึง 10 ลิตร) จากหลายประเทศผู้ผลิตที่ได้รับมาตรฐานสากล ได้แก่:
- Philips Respironics (ฟิลิปส์) – แบรนด์พรีเมียมระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ขึ้นชื่อเรื่องมอเตอร์ทนทาน เสียงเบา และเปิดต่อเนื่องได้ยาวนาน
- Invacare (อินวาแคร์) – แบรนด์ชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา โดดเด่นด้านอุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยดูแลที่บ้าน ถึกและทนทานมาก
- DeVilbiss (เดวิลบิส) – แบรนด์คุณภาพสูงจากอเมริกา เป็นที่ยอมรับในโรงพยาบาลทั่วโลก
- Yuwell (ยูเวลล์) – แบรนด์ยอดนิยมอันดับต้นๆ จากประเทศจีน ครองตลาดด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ฟังก์ชันครบ และราคาเข้าถึงง่าย
- Owgels (อ่าวเจลส์) – แบรนด์จากเยอรมนี (มีฐานการผลิตในจีน) จุดเด่นคือมีฟังก์ชันพ่นยาในตัวและให้ความเข้มข้นออกซิเจนที่เสถียร
- Canta (แคนต้า) – แบรนด์คุณภาพที่แพทย์และคลินิกนิยมแนะนำ มอเตอร์ทำงานได้อึดและรองรับการใช้งานหนัก
ช่องทางการจัดซื้อและคำแนะนำ ซื้อยี่ห้อไหนดี?
สำหรับการซื้อเครื่องผลิตออกซิเจน ขอแนะนำให้ไปซื้อที่ ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ขนาดใหญ่ บริเวณหน้าโรงพยาบาลศูนย์ หรือร้านขายยาเครือข่ายใหญ่ๆ ครับ เพราะคุณจะได้เห็นขนาดเครื่องจริง ได้ทดลองฟังเสียงมอเตอร์ (เสียงเครื่องมีความสำคัญมากเวลานอน) และมีช่างผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีบำรุงรักษา แต่ถ้าศึกษาข้อมูลมาอย่างดีและรู้สเปคที่หมอสั่งแล้ว ก็สามารถสั่งซื้อผ่านร้านค้า Official ของแบรนด์ในแอปพลิเคชันออนไลน์ได้เลยครับ มักจะจัดส่งฟรีและมีโปรโมชั่นลดราคาเครื่องด้วย
ส่วนคำถามที่ว่า จะเลือกซื้อยี่ห้อไหนดีล่ะ? ต้องบอกก่อนว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเลือกขนาดลิตร (3L, 5L, 8L, 10L) ตามที่แพทย์สั่งเป๊ะๆ นะครับ แต่ถ้าพูดถึงแบรนด์ หากคุณมีงบประมาณที่ค่อนข้างสูง ต้องการเครื่องที่เสียงเงียบกริบ มอเตอร์อึดทนทาน เปิดข้ามวันข้ามคืนได้ยาวๆ ขอแนะนำให้ลงทุนกับ Philips หรือ Invacare ไปเลยครับ เจ็บแต่จบ ใช้ได้หลายปีมากๆ แต่ถ้าผู้ป่วยไม่ได้อาการหนักมาก ใช้วันละไม่กี่ชั่วโมง หรือมีงบประมาณจำกัด แบรนด์อย่าง Yuwell หรือ Owgels ถือเป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุดในยุคนี้ครับ ใช้งานได้ดี อะไหล่หาง่าย และมีศูนย์ซ่อมในไทยที่ติดต่อได้ง่ายครับ






