เครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ อุปกรณ์สำคัญเพื่อการสื่อสารและคุณภาพชีวิตที่ดี

เครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ คืออะไร? เหมาะกับใครและทำงานอย่างไร?

เครื่องช่วยฟัง (Hearing Aids) คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่สวมใส่ไว้บริเวณหลังใบหู หรือในช่องหู ทำหน้าที่คล้าย เครื่องขยายเสียงส่วนตัว เพื่อช่วยเพิ่มระดับความดังของเสียงต่างๆ ให้ผู้สวมใส่สามารถได้ยินชัดเจนขึ้น โดยในปัจจุบันส่วนใหญ่จะทำงานด้วย ระบบดิจิตอล ที่สามารถตัดเสียงรบกวนและปรับจูนคลื่นความถี่ให้เข้ากับปัญหาการได้ยินของแต่ละบุคคลได้

อุปกรณ์นี้ถูกสร้างมาเพื่อให้เหมาะกับ ผู้สูงอายุที่มีภาวะหูตึงตามวัย (Presbycusis) รวมถึงผู้ที่มีปัญหาการสูญเสียการได้ยินจากสาเหตุอื่นๆ เช่น เส้นประสาทหูเสื่อม หรือเคยทำงานในที่เสียงดังเป็นเวลานาน การสวมใส่เครื่องช่วยฟังจะช่วยให้ผู้สูงอายุกลับมาสื่อสารกับลูกหลานได้ปกติ ลดภาวะแยกตัวออกจากสังคม ป้องกันความเสี่ยงโรคซึมเศร้าและภาวะสมองเสื่อม ที่เกิดจากการไม่ได้รับรู้เสียงรอบข้าง

ผู้สูงอายุควรใส่เครื่องช่วยฟังใน การทำกิจกรรมชีวิตประจำวัน เช่น การพูดคุยสังสรรค์ การดูทีวี ฟังวิทยุ หรือเมื่อต้องออกไปนอกบ้าน แต่อย่างไรก็ตาม ห้ามใส่ตอนอาบน้ำ ว่ายน้ำ หรือตอนนอนหลับเด็ดขาด หลักการทำงานของตัวเครื่องประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ ไมโครโฟนจะทำหน้าที่รับเสียงจากภายนอก ส่งต่อไปยังชิปประมวลผล (Amplifier) เพื่อขยายสัญญาณเฉพาะความถี่ที่ผู้ป่วยมีปัญหา จากนั้นลำโพง (Receiver) จะทำหน้าที่ส่งเสียงที่ผ่านการขยายแล้วเข้าสู่แก้วหู ทำให้ผู้สูงอายุรับรู้เสียงได้ในที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ

  • ผู้สูงอายุหูตึง จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟังทั้ง 2 ข้างหรือไม่?

    หากผู้สูงอายุมีอาการสูญเสียการได้ยินทั้งสองข้าง แพทย์มักจะแนะนำให้ ใส่ทั้ง 2 ข้าง ครับ เพราะจะช่วยให้สมองแยกแยะทิศทางของเสียงได้ดีขึ้น ได้ยินเสียงพูดชัดเจนขึ้นแม้อยู่ในที่ที่มีเสียงรบกวน และช่วยลดความเหนื่อยล้าในการพยายามเพ่งฟังได้มาก
  • ทำไมผู้สูงอายุใส่แรกๆ ถึงบ่นว่ารำคาญ หนวกหู หรือปวดหัว?

    เป็นอาการที่พบได้ปกติครับ เพราะสมองของผู้สูงอายุ ชินกับการไม่ได้ยินเสียงรอบข้างมาเป็นเวลานาน พอใส่เครื่องช่วยฟังแล้วได้ยินเสียงแอร์ เสียงเดิน หรือเสียงรอบข้างที่ดังขึ้น สมองจะยังปรับตัวไม่ทัน แนะนำให้เริ่มใส่แค่วันละ 2-3 ชั่วโมงในสภาพแวดล้อมที่เงียบๆ ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาขึ้น สมองจะใช้เวลาปรับตัวประมาณ 2-4 สัปดาห์ครับ
  • เครื่องช่วยฟังแบบ “สำเร็จรูป” กับแบบ “สั่งทำและจูนเสียง” ต่างกันอย่างไร?

    แบบสำเร็จรูปมักจะเป็นระบบอนาล็อกที่ ขยายทุกเสียงให้ดังเท่ากันหมด (เหมือนเปิดลำโพง) ซึ่งอาจทำให้คนแก่รำคาญเสียงแทรกได้ง่ายและอาจทำลายประสาทหูที่ยังดีอยู่ ส่วนแบบที่ต้องจูนเสียง (ดิจิตอล) จะทำงานผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อ ขยายเสียงเฉพาะย่านความถี่ที่ผู้สูงอายุสูญเสียไป และมีการตัดเสียงรบกวน ทำให้ฟังได้นุ่มนวลและเป็นธรรมชาติกว่ามาก

แบรนด์เครื่องช่วยฟังที่จัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ

ปัจจุบันมีแบรนด์เครื่องช่วยฟังระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจจากแพทย์แผนกหู คอ จมูก และมีศูนย์บริการในประเทศไทยหลายแบรนด์ ได้แก่:

  • Phonak (โฟแนก) – แบรนด์อันดับต้นๆ จากสวิตเซอร์แลนด์ โดดเด่นเรื่องนวัตกรรม เทคโนโลยีล้ำสมัย และเสียงที่เป็นธรรมชาติ
  • Signia / Siemens (ซิกเนีย / ซีเมนส์) – แบรนด์ดังจากเยอรมนี มีชื่อเสียงมายาวนาน ใช้งานง่ายและทนทาน
  • Oticon (โอติคอน) – แบรนด์จากเดนมาร์ก ขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยีการประมวลผลเสียงที่ช่วยลดภาระการทำงานของสมอง (BrainHearing)
  • Widex (ไวเดกซ์) – แบรนด์ระดับพรีเมียมจากเดนมาร์ก โดดเด่นเรื่องการจัดการเสียงรบกวนและเสียงวี๊ด
  • ReSound (รีซาวด์) – แบรนด์จากเดนมาร์กที่เด่นเรื่องการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ไร้สาย
  • Starkey (สตาร์คีย์) – แบรนด์สัญชาติอเมริกัน นำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเสียง
  • Beurer (บอยเรอร์) – แบรนด์เครื่องใช้เพื่อสุขภาพจากเยอรมนี มักทำเครื่องช่วยฟังแบบสำเร็จรูปที่หาซื้อง่าย ราคาประหยัด

ช่องทางการจัดซื้อและคำแนะนำ ซื้อยี่ห้อไหนดี?

ถ้าจะหาซื้อเครื่องช่วยฟังให้คุณพ่อคุณแม่ ช่องทางที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดคือการพาไปที่ คลินิกเฉพาะทางด้านการได้ยิน หรือ แผนกหู คอ จมูก ตามโรงพยาบาลใหญ่ๆ ครับ เพราะที่นั่นจะมีนักแก้ไขการได้ยิน (Audiologist) คอยตรวจวัดระดับการได้ยินแบบละเอียดก่อน แล้วค่อยเลือกเครื่องที่เหมาะกับกราฟการได้ยิน แต่ถ้าใครงบน้อยจริงๆ พวกแบบสำเร็จรูปก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาขนาดใหญ่ หรือแอปช้อปปิ้งออนไลน์ทั่วไปครับ

ถ้าถามความเห็นว่า ซื้อยี่ห้อไหนดีนะ? ขอพูดตรงๆ ภาษาชาวบ้านเลยว่า ถ้าบ้านไหนมีงบหลักหมื่นขึ้นไป แนะนำให้พาไปจูนเสียงตามศูนย์ แล้วจัดแบรนด์ Phonak หรือ Oticon ไปเลยครับ สองตัวนี้เสียงนุ่ม ผู้สูงอายุใส่แล้วปรับตัวง่าย ไม่ค่อยบ่นรำคาญเสียงแทรก แถมบางรุ่นชาร์จแบตได้เหมือนหูฟังบลูทูธ ไม่ต้องมาคอยเปลี่ยนถ่านเม็ดเล็กๆ ให้หงุดหงิด แต่ถ้าใครที่งบจำกัดจริงๆ อยากได้แบบสำเร็จรูปราคาหลักพัน ลองดูแบรนด์ Beurer ไว้แก้ขัดก่อนได้ครับ แต่ข้อควรระวังคือพวกนี้มันขยายเสียงทุกอย่างพร้อมกันหมด คนแก่อาจจะหนวกหูและถอดทิ้งได้ง่ายๆ ครับ สรุปคือ “ลงทุนซื้อแบบจูนเสียงตามคลินิก จบและดีที่สุดครับ”

แหล่งอ้างอิง